Cute Tan Bow Tie Pointer

วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ข้อถกเถียงทั่วไปเรื่องเพศที่สาม


ทำไมถึงควรมีกฎหมายการสมรสระหว่างคนรักร่วมเพศ
    ประเทศ ไทยต้องให้สิทธิเสรีภาพที่เสมอภาคแก่คนทุกๆเพศ ไม่ใช่เฉพาะเพศชายและหญิงเท่านั้น คนทุกเพศเป็นมนุษย์เหมือนกัน รัฐบาลไทยจึงมีหน้าที่ทำให้สังคมยอมรับสถานภาพของเพศที่สามที่ปัจจุบันถูกกด ขี่ด้วยอคติ โดยการแก้กฎหมายให้เห็นว่า รัฐบาลไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่จะปลูกฝังอคตินี้ให้คงอยู่ต่อไป ทว่าพยายามจะปรับปรุงแก้ไขอย่างที่ดีที่สุด
       เรื่อง เพศในสังคมของเรา ปัจจุบันสถานะระหว่างชายหญิงแม้จะยังไม่เท่าเทียมในทุกๆด้านอย่างแท้จริง ก็ยังนับว่ามีการพัฒนาที่น่าพอใจ สังคมเราให้สิทธิเสรีภาพกับผู้หญิงแล้ว ทำไมเราถึงจะยังกีดกันเพศอื่นๆอยู่ได้? เราจะอยู่อย่างหน้าชื่นตาบานได้อย่างไรถ้าเรากำลังกดขี่คนอื่นอยู่ทุก วินาที? 
คนเพศที่สามเองก็ต้องพร้อมใจกันลุกขึ้นมา อย่ายอมให้คุณถูกมองว่าผิดปกติ น่าอับอาย หรือมีความเป็นมนุษย์น้อยกว่าคนอื่นๆ เพราะความจริงคุณไม่ได้เป็นเช่นนั้น คุณมีสิทธิ์ที่จะใช้ชีวิตคู่กับคนที่คุณรักอย่างเปิดเผยและภาคภูมิ ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายของประชาชนไทย โดยเป็นในสิ่งที่คุณเป็น กฎหมายที่ไม่รับรองการสมรสของคนที่สามแสดงให้เห็นว่า "ประเทศนี้ไม่ยอมรับเพศที่สาม" ไม่ว่าเพศที่สามบางคนอาจจะพอใจจุดที่ตัวเองอยู่ ไม่ได้อยากแต่งงานก็ตาม ดังนั้นนี่ไม่ใช่เรื่องการแต่งงานแต่เป็นเรื่องการยอมรับของสังคมต่อสถานะของเพศที่สาม 

ข้อถกเถียงทั่วไปเรื่องเพศที่สาม
1. เชื่อกันว่า เพศที่สามเป็นเรื่องผิดธรรมชาติ วิปริต
- คนที่กำหนด "ธรรมชาติ" ว่าต้องมีสองเพศ คือเพศชายหญิงซึ่งเป็นกระแสหลัก
ความ จริงแล้วทุกๆแห่งในโลก ทุกยุคทุกสมัย มีเพศที่สาม ดังนั้นหากไม่ใช่เรื่องธรรมชาติแล้วเพศที่สามจะเกิดขึ้นมาจากไหน เรื่องนี้ไม่ใช่กระแสที่มาชั่วครั้งชั่วคราวเฉพาะที่เฉพาะยุค แต่มีอยู่ตลอดมา บางยุคสมัยในบางสังคมเพศที่สามก็เป็นกระแสหลักด้วยซ้ำ ดังนั้นความคิดที่ว่าเพศที่สามเป็นเรื่องวิปริตผิดธรรมชาติจึงไม่ใช่สัจธรรม แต่เป็นแค่แนวคิดที่เราสามารถเปลี่ยนแปลงได้
- หากนิยามว่าเพศที่สามวิปริต เพราะชายหญิงมีอวัยวะเพศที่สร้างมาให้คู่กัน เพื่อให้มนุษย์ผลิตทายาทสืบเผ่าพันธุ์ได้ตามสัญชาตญาณธรรมชาติ ก็จะแสดงว่าการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงที่ไม่มีจุดประสงค์เพื่อมีลูก เช่น สวมถุงยางอนามัย คู่รักที่ทำหมัน หรือเพศสัมพันธ์เพื่อสร้างสัมพันธ์ทางใจระหว่างคู่รัก จะถือว่าวิปริตทั้งหมดด้วย ในทางกลับกัน หากเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้เป็นไปเพื่อมีลูกก็ยังนับว่า "ปกติ" อยู่ เราจะใส่ร้ายว่าเพศสัมพันธ์ของเพศที่สามวิปริตไม่ได้ เพราะเพศสัมพันธ์ของเพศที่สามก็เป็นไปด้วยความรัก(โดยไม่ได้คิดแต่จะผลิต ทายาท)ได้เหมือนคู่รักชายหญิง
2. เชื่อกันว่า เพศที่สามเป็นเรื่องผิดศีลธรรม
- คนทุกเพศสามารถเป็นคนดีและคนชั่ว ไม่ใช่ว่าเป็นชายหญิงแล้วจะมีศีลธรรมขึ้นมา เพศที่สามที่เป็นคนดีก็ไม่ได้ก่อความเสียหายกับสังคม มีคนเพศที่สามมากมายที่สร้างประโยชน์ให้กับโลก เราจะบอกว่าใครเป็นคนดีแค่เพราะเรื่องเพศได้อย่างไร? หากคนในสังคมชายหญิงสามารถอยู่ได้อย่างหน้าชื่นตาบานว่าตัวเองป็นคนดี ทั้งที่ป้ายสีเพศที่สามให้เป็นคนชั่วอย่างไม่มีเหตุผลแล้วละก็ คงเป็นสังคมชายหญิงเองต่างหากที่ไร้มนุษยธรรม
- หากประเทศไทยยังคงยึดถือศาสนาพุทธเป็นหลักอยู่ ก็จะพบว่าศาสนาพุทธไม่ได้มีเรื่องกีดกันหรือกดขี่คนเพศที่สาม เราไม่มีพระเจ้าสร้างโลกสร้างคนมาสองเพศ เราไม่เคยแขวนคอเกย์ หรือจับทอมดี้เข้าคุก การเป็นเพศที่สามไม่ใช่ความผิด ยิ่งไปกว่านั้น ศาสนาพุทธยังเน้นคุณค่าเรื่องสติปัญญา การใช้เหตุผล และเมตตาธรรม ดังนั้นคุณค่าของเราไม่ได้อยู่ที่สภาพร่างกาย เพศ อายุ สัญชาติ หรือรสนิยมใดๆ ชาวพุทธที่แท้จะไม่ใจแคบหรือมีอคติต่อเพื่อนมนุษย์คนใดด้วยเรื่องเพศอย่าง แน่นอน พระที่สอนให้คนดูถูกกันแค่เพราะเรื่องเพศ สอนให้พ่อแม่ทุบตีไล่ลูกออกจากบ้านเพราะเรื่องเพศ หรือสอนให้คนสามารถทำเรื่องโหดร้ายอื่นๆเพราะเรื่องเพศ คนพวกนี้ไม่ควรนับเป็นพระ
3. เชื่อกันว่า เพศที่สามเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อเด็ก จะทำให้เด็กชายหญิงกลายเป็นเพศที่สาม
- อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าเพศที่สามไม่ได้เป็นกระแส แต่เกิดขึ้นมาตามธรรมชาติ เหมือนกับรสนิยมทางเพศของชายหญิง ถ้าสมมติว่าคุณเป็นผู้หญิงที่ชอบผู้ชาย จู่ๆจะมีเพื่อนเลสเบี้ยนมาชวนให้คุณเป็นเลสเบี้ยนตามได้หรือไม่ แน่นอนว่าคุณทำไม่ได้หากคุณชอบผู้ชายจริงๆ ทำนองเดียวกัน เราก็ไม่อาจบังคับให้เพศที่สามเปลี่ยนรสนิยมได้ ดังนั้นไม่ว่าเด็กจะเป็นเพศอะไร เขาก็เป็นเพศนั้นอยู่ตั้งแต่แรก ไม่ใช่จะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้เรื่อยๆเพราะคนอื่น หรือหากใครอยากจะเปลี่ยนรสนิยมทางเพศขึ้นมาจริงๆ ก็เป็นสิทธิ์ที่กระทำได้
- การบังคับให้เพศที่สามแกล้งทำเป็นชายจริงหญิงแท้ กลับสร้างรอยร้าวอื่นๆมากมาย เช่นสามีภรรยาที่แต่งงานกันแต่ที่จริงไม่ได้มีความเสน่หากันและกันอยู่เลย ส่งผลกระทบต่อถึงลูกๆและญาติของทั้งสองฝ่าย จะมีประโยชน์อะไรที่สังคมเราบังคับให้คนต้องปกปิดหลอกลวงกัน? สังคมที่ไม่จริงใจนั้นไม่ใช่สังคมที่เราอยากจะอยู่
- การที่สังคมยอมรับเพศที่สามในระบบการสมรส กลับจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้เด็กเปิดตาเห็นความจริงของโลกว่าไม่ได้มีคนแค่ สองเพศ และไม่ใช่ความผิดบาปอะไรที่จะไม่เป็นชายหญิง ทำให้ยุคต่อไปของสังคมเราจะลดอคติเรื่องเพศและเรื่องอื่นๆได้ดีกว่าที่เป็น อยู่นี้ ต่อไปจะไม่ต้องมีเด็กโดนตัดพ่อตัดลูกเพราะเป็นเกย์ ไม่ต้องมีเด็กโดนเพื่อนล้อเลียนเป็นตัวประหลาดเหมือนเขาไม่ใช่มนุษย์ เรากำลังทำเพื่อเด็กทุกคนและผู้ใหญ่ทุกคนในภายหน้า
4. เพศที่สามในไทยก็มีสิทธิเสรีภาพเพียงพออยู่แล้ว ถ้าเทียบบางประเทศในโลก
- ถ้าเทียบกับหลายประเทศในโลก เพศที่สามในไทยก็มีสิทธิ์ด้อยกว่าเช่นกัน
- สิทธิเสรีภาพไม่มีทาง "เพียงพอ" หากเพศที่สามไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างมนุษย์คนอื่นๆในสังคม เพศที่สามไม่ใช่ขอทานที่จะต้องยอมพอใจกับเสรีภาพเล็กๆน้อยๆที่สังคมโยนให้ ในเมื่อเขาเป็นประชาชนไทยเหมือนกัน เขาต้องได้เท่ากับที่ชายหญิงได้ถึงจะยุติธรรม และการทำให้การสมรสระหว่างคนเพศที่สามถูกกฎหมาย เป็นก้าวใหญ่ก้าวหนึ่งที่จะทำให้ความไม่เท่าเทียมอื่นๆทางความคิดค่อยๆลดลง ในอนาคต ถ้าเพศที่สามคนใดต้องการแต่งงาน รัฐบาลต้องรับรองยอมรับคุณ เพราะนี่เป็นประเทศของคุณ ไม่ใช่แค่ประเทศของชายหญิง

     ช่วย กันแก้ไขเรื่องผิดให้เป็นถูก อย่างน้อยแม้ถอนรากถอนโคนอคติเรื่องเพศในสังคมไทยไม่ได้ทันทีในวันนี้ แต่เรากำลังทำเพื่อวันหน้า เพจ Yaoi Tree House เหล่าสาววายขอร่วมโต้แย้งข้อครหาทั่วไปที่สังคมใส่ร้ายป้ายสีเพศที่สาม เป็นหนึ่งเสียงสนับสนุนแก้ไขกฎหมายการสมรสให้เพศที่สามสามารถแต่งงานกันได้ อย่างถูกต้อง และมีสถานะเหมือนกับทุกๆคนในสังคมค่า ♥

ภาพนี้มาจากข่าวสัมภาษณ์แต่งงานระหว่างนาวิกโยธิน Matthew Phelps และแฟน Ben Schock เพจเราเคยแปลคำพูดของคุณเฟลป์สไว้ที่นี่ค่ะ >> 
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=175379079252666&set=a.155884861202088.4340.155874051203169&type=3&theater

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น